เกมแดนกลางทีมเรือใบสีฟ้า ยามเมื่อขาดเควิน เดอ บรอยน์  

เกมแดนกลางทีมเรือใบสีฟ้า ยามเมื่อขาดเควิน เดอ บรอยน์ แมนเชสเตอร์ซิตี้ mancity ไม่มีเควิน เดอ  บรอยน์ แต่อย่างไรก็ตามยังมีปัจจัยอื่น ๆ

เกมแดนกลางทีมเรือใบสีฟ้า ยามเมื่อขาดเควิน เดอ บรอยน์

 

ใครที่เป็นแฟนบอลทีมเรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คงจะต้องยอมรับกันว่า เควิน เดอ บรอยน์  มิดฟิลด์ตัวทำเกมของทีม และทีมชาติเบลเยียม ถือเป็นหัวใจของทีมเรือใบสีฟ้าที่ขาดไม่ได้เลย

นับตั้งแต่เมื่อปี 2016 ที่ เควิน เดอ บรอยน์ มาร่วมทีมเรือใบสีฟ้า เขาก็กลายเป็นนักเตะคนสำคัญของทีมที่เป็นหัวใจในแดนกลางที่มีส่วนนำความสำเร็จให้กับทีมด้วยการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 2 ปีซ้อนในฤดูกาล 2017-18 และ 2018-19 รวมทั้งแชมป์เอฟเอคัพ 1 สมัยและแชมป์ลีกคัพ 3 สมัย

เควิน เดอ บรอยน์  เป็นกองกลางจอมจ่ายบอลที่ดีที่สุดคนหนึ่งของโลกเลยก็ว่าได้ ฤดูกาล 2020 ที่ผ่านมา เควิน เดอ บรอยน์ จ่ายบอลให้เพื่อนทำประตูไปได้มากถึง 20 แอสซิสต์  ซึ่งผลงานนี้เองทำให้ เควิน เดอ บรอยน์  ได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยม พรีเมียร์ลีก และรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปี จาก บีบีซี สื่อชื่อดังของประเทศอังกฤษไปครอง

แต่ทว่าเมื่อใดที่ เควิน เดอ บรอยน์ ได้รับบาดเจ็บไปจะส่งผลกระทบต่อทีมอย่างมาก ดังเช่นเมี่อฤดูกาลก่อน เขาได้รับบาดเจ็บต้องพักยาวถึง 3 เดือน ส่งผลให้ทีมเรือใบสีฟ้าถึงกับฟอร์มแผ่วไปและเสียแชมป์ลีกให้กับทีมลิเวอร์พูลไปในที่สุด

เกมแดนกลางทีมเรือใบสีฟ้า ยามเมื่อขาดเควิน เดอ บรอยน์  แมนเชสเตอร์ซิตี้ mancity ไม่มีเควิน เดอ  บรอยน์ แต่อย่างไรก็ตามยังมีปัจจัยอื่น ๆ

เกมแดนกลางทีมเรือใบสีฟ้า ยามเมื่อขาดเควิน เดอ บรอยน์

 

ดังนั้นในฤดูกาล 2020-21 แม้ว่า เควิน เดอ บรอยน์ จะยังลงเล่นให้กับทีมแต่ทีมเรือใบสีฟ้าของกุนซือ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า  ได้เตรียมแก้ลำมาแล้ว หากแดนกลางของทีมไร้ เควิน เดอ บรอยน์ ลงสนามจะมีการปรับแผนการเล่นดังนี้

ระบบการเล่นแบบเดิมของทีมเรือใบสีฟ้าที่คุ้นเคย คือ  4-3-3 โดยแผงกองกลาง 3 ตัวจะใช้ แบร์นาโด้ ซิลวา หรือ ฟิล โฟเด้น ลงมาทำหน้าที่แทน เควิน เดอ บรอยน์ ในแผงกลางร่วมกับ แฟร์นานดินโญ่ และโรดริโก้

โดยแผนนี้ถือว่าปรับน้อยที่สุดและผู้เล่นของทีมคุ้นเคยอย่างดีรวมถึง แบร์นาโด้ ซิลวา และ ฟิล โฟเด้น สามารถลงเล่นแทน เควิน เดอ บรอยน์ ได้อย่างเนียนตา

 

ระบบการเล่นแบบ 3-5-2 จะเป็นการเน้นเกมแดนกลางที่ใช้กับทีมคู่แข่งที่เล่นเกมกดดันได้ดี  โดยแผนนี้จะใช้ ส่วน 3 มิดฟิลด์ตัวกลางคือ อิลคาย กุนโดกัน, แฟร์นานดินโญ่ และ โรดริโก้โดยมีแบ็คทั้ง 2 ตัวดันขึ้นมาเติมเกมในแดนกลางคือ ไคล์ วอล์คเกอร์ และ เบนฌาแม็ง เมนดี้  แผนการเล่นระบบนี้ กุนซือ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า  มักจะใช้ในเกมที่ต้องการยึดครองพื้นที่แดนกลางและเน้นการป้องกันเกมรุกที่ดันมาจากแบ็คของทีมคู่แข่ง

ระบบการเล่นแบบ 4-2-2-2 ซึ่งช่วงหลังๆ เราจะไม่ค่อยเห็นกุนซือ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ใช้เท่าใดนัก นั่นคือการใช้กองกลางตัวรับ 2 ตัว เช่น โรดริโก้ และ แฟร์นานดินโญ่ ยืนอยู่หน้าแผงกองหลัง 4 ตัว และใช้กองกลางทำเกม 2 คน นั่นคือ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง และ แบร์นาโด้ ซิลวา อยู่หลังกองหน้า 2 คนเพื่อทำเกมรุก การเล่นเกมแบบนี้จะมีข้อดีคือกองกลาง 2 ตัวรุกไม่ต้องต้องพะวงกับเกมรับ เพราะมีตัวตัดเกมอย่าง โรดริโก้ และ แฟร์นานดินโญ่ ยืนคอยสกัดไว้ก่อนที่จะมาถึงแผงกองหลัง วิธีนี้มักจะใช้เมื่อทีมไม่มีเควิน เดอ  บรอยน์ ลงคุมแดนกลาง

ทั้งหมดนี้เป็นการวิเคราะห์แผนการเล่นของกุนซือ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ที่เคยใช้มาก่อนเมื่อทีม ไม่มีเควิน เดอ  บรอยน์ แต่อย่างไรก็ตามยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่จะต้องแก้เกมตามสถานการณ์ของทีม แต่เชื่อเถอะว่า เควิน เดอ  บรอยน์  ยังคงจะเป็นกองกลางหัวใจของทีมต่อไป หากเป็นไปได้ แฟนบอลทีมเรือใบสีฟ้าคงได้แต่ภาวนาให้ เควิน เดอ  บรอยน์ สามารถลงเล่นได้ตลอดทั้งฤดูกาล อย่าได้เจ็บต้องพักกันยาวๆอีกเป็นแน่

 


ข่าวอื่น ๆ 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น