ชูเอา คันเซโล ( แบ็คขวา )

ชูเอา คันเซโล ( แบ็คขวา ) แมนเชสเตอร์ ซิตี ยอดทีมแห่ง พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่ถูกขนานนามว่า เป็นนักเตะที่สามารถเล่นได้ดีทั้งเกมรุก และเกมรับ

ชูเอา คันเซโล ( แบ็คขวา )

 

ชูเอา คันเซโล ( แบ็คขวา ) ฟลูแบ็คฝั่งขวาจอมลุย ของทัพ “ เรือใบสีฟ้า ” แมนเชสเตอร์ ซิตี ยอดทีมแห่ง พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่ถูกขนานนามว่า เป็นนักเตะที่สามารถเล่นได้ดีทั้งเกมรุก และเกมรับ โดยเฉพาะในฝั่งริมเส้นที่เขาถนัด คือด้านขวา และ คันเซโล ก็ยังเป็นตัวหลักให้กับทีมชาติ โปรตุเกส ในยุคปัจจุบันนี้ ซึ่งถือว่าเป็นของดี ที่ล้ำค่าของ แมนเชสเตอร์ ซิตี หลังจากที่สามารถคว้าตัว คันเซโล มาได้จากสโมสร ยูเวนตุส เมื่อฤดูกาลที่แล้ว

 

คันเซโล ในวัย 26 ปี ซึ่งสวมเสื้อหมายเลข 27 ให้กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี ที่ถือว่าเป็นนักเตะที่มีอายุยังน้อย แต่สามารถผ่านเวทีในยุโรปมาอย่างโชกโชน โดยที่ คันเซโล เริ่มเติบโตมาจากสโมสร เบนฟิกา ซึ่งเขาเข้ามาในครั้งที่ยังเป็นชุดเยาวชน และสามารถไต่เต้าขึ้นมาเล่นในทีมชุดใหญ่ได้อย่างที่เขาปรารถนา

 

คันเซโล สามารถยกระดับการเล่นของตัวเขาเอง และมีทีมใหญ่ให้ความสนใจ คันเซโล หลายทีม จนถึงเมื่อฤดูกาล 2014      ไอ้ “ ค้างคาว ” บาเลนเซีย ยอดทีมแห่งลีก สเปน ก็ได้จับตามองฝีเท้าของ คันเซโล เป็นอย่างมาก

และพวกเขาก็ได้เดินทางเข้ามาเจรจา เพื่อขอซื้อตัว คันเซโล ไปร่วมทัพใน สเปน แต่ต้นสังกัด เบนฟิกา ปล่อยให้เพียงแค่เป็นการยืมตัวเท่านั้น

 

หลังจากที่อยู่ภายใต้ยูนิฟอร์มให้ “ ค้างคาว ” บาเลนเซีย ได้ 1 ฤดูกาล บอร์ดบริหารยอดทีมแห่งเมือง สเปน ก็ทนไม่ไหว จนยอมทุ่มงบประมาณมากถึง 13.50 ล้านปอนด์ เพื่อขอซื้อขาดกับ เบนฟิกา และนับตั้งแต่ตอนนั้น คันเซโล ก็ย้ายเข้ามาอยู่กับสโมสร บาเลนเซีย อย่างถาวร

 

นับตั้งแต่ที่ คันเซโล เข้ามาวาดลวดลายในเมืองกระทิง ตั้งแต่ฤดูกาล 2015 ซึ่งฝีเท้าของ คันเซโล ก็ถูกยกย่องเป็นอย่างมากถึงขั้นที่สื่อใน สเปน ได้ตั้งคำถามไว้ว่า คันเซโล เล่นในตำแหน่งปีก หรือเล่นในตำแหน่งแบ็ค ซึ่งเขาสามารถทำได้ดีทั้งเกมรุกและเกมรับ แต่สำหรับในฤดูกาลถัดมา ถือว่าเป็นปีที่โชคร้ายของ คันเซโล

เนื่องจากเขาได้รับอาการบาดเจ็บ และโอกาสการลงสนามช่วยทีม บาเลนเซีย ก็ไม่ได้ลงสนามอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทำให้ “ งูใหญ่ ” อินเตอร์ มิลาน ตัดสินใจยื่นข้อเสนอยืมตัว คันเซโล เข้าไปร่วมทีม ซึ่งในตอนนั้น คันเซโล ก็เป็นผู้เล่นที่นั่งอยู่ข้างสนาม เนื่องจากมีผลงานไม่ต่อเนื่อง แต่ปัญหาบาดเจ็บของเขาก็ก็หายขาดตั้งนานแล้ว

 

ก็อย่างที่ว่า คันเซโล ไม่ใช่นักเตะที่ฟอร์มตก แต่ คันเซโล ได้รับอาการบาดเจ็บ และการลงสนามที่ไม่มากพอ จึงทำให้ คันเซโล ได้นั่งเป็นตัวสำรอง และการเดินทางมาโชว์ฟอร์มให้กับ “ งูใหญ่ ” อินเตอร์ มิลาน ก็อยู่ในระดับสูงเช่นเดิม จนทำให้     “ ม้าลาย ” ยูเวนตุส คู่ปรับร่วมลีกของ อินเตอร์ มิลาน เฝ้ามองสถานการณ์ของ คันเซโล อยู่ตลอด จน คันเซโล หมดสัญญายืมตัวจาก งูใหญ่ แล้วย้ายกลับไปร่วมทีม บาเลนเซีย และ ยูเวนตุส ได้ยื่นข้อเสนอเข้าไปสอย คันเซโล เข้ามาร่วมทัพทันที พร้อมกับค่าฉีกสัญญามหาศาลถึง 36.36 ล้านปอนด์

 

แต่ในช่วงซัมเมอร์ 2019 ไม่รู้ว่าเป็นความต้องการของสโมสร แมนเชสเตอร์ ซิตี หรือการเรียกกำไรของสโมสร ยูเวนตุ การย้ายทีมของ คันเซโล ก็เกิดขึ้น หลังจากที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี ตัดสินใจคว้า คันเซโล เข้ามาร่วมถิ่น เอติฮัด สเตเดียม ด้วยค่าตัว 58.50 ล้านปอนด์ ซึ่งถือว่าเป็นค่าตัวที่มัน แมน ฯ ซิตี ใช้งบประมาณในการซื้อผู้เล่นในตำแหน่งแบ็คเข้ามาเสริมทีมแพงเป๊นอย่างมาก

 

แต่ความคุ้มค่า คงมีมากกว่าที่นักวิจารณ์ได้พูดไว้ เนื่องจาก เป๊ป กวาร์ดิโอลา มอง คันเซโล คือนักเตะที่เล่นทั้งเกมรุกและเกมรับ หรือแม้กระทั่งบางนัด หาก เป๊ป ใช้แผนกองกลาง 5 ตัว คันเซโล ก็ถูกดันขึ้นไปเล่นในตำแหน่งปีกขาวทันที นี่คือเหตุผลที่ เป๊ป ตัดสินใจใช้งบประมาณมากถึงขนาดนั้น ในการจ่ายค่าฉีกสัญญาให้กับ คันเซโล เพื่อมาร่วมทีม

 

 

 

#ชูเอา คันเซโล (แบ็คขวา)

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *